เรื่องธรรมดา สิ่งที่อยากและอยากให้เป็นจริง
posted on 26 Sep 2008 21:55 by arizenได้ไปเข้าค่ายธรรมะมา ที่วัดปัญญานันทาราม
ไปกับทางโรงเรียนซึ่งเป็นเหมือนพิธีปัจฉิมสำหรับม.หกเลยทีเดียว -ไปเป็นรุ่นแรก ไม่รู้อะไรเท่าไหร่ ว่าต้องทำอะไรบ้าง มันเป็นอย่างไร เอาอะไรไปบ้าง ไปแบบโง่ๆแต่กลับมาพร้อมได้อะไรบางอย่าง...คือไม่โง่กลับมา
เพราะเป็นคนกินบ้างไม่กินบ้างอยู่แล้ว เรื่องอดอาหารเย็นจึงไม่เป็นปัญหาอะไร การถ่างตาตื่นตีสี่มานั่งทรมานสัปหงกสวดมนต์ก็โอเคดี บรรยากาศร่มรื่นย์ช่วยให้ใจสงบได้ดีมาก ได้มีเวลาอยู่กับตัวเองและได้คิดในเรื่องต่างๆ การสอบที่กังวลใจตลอดเวลาก็ยังไม่คลายหายไปแต่จากกังวลหนักๆก็มาเป็นเบาขึ้น นับว่าดีใช่ไหม ?
ได้อยู่กับเพื่อน กิน นอน แม้จะต้องแยกกับเพื่อนในกลุ่มก็ตาม แต่การได้อยู่ร่วมกันก็ถือว่าดีเยี่ยมแล้ว (โดยเฉพาะเซอวิซฉีดยากันยุงจากใครบางคน ?? )
ในค่ายได้มีการพูดถึงพระคุณของพ่อแม่หลายครั้ง บิ้วกันสามวันตลอดเวลาที่ไป จนวันสุดท้ายก็ทำพิธีเรียกเสียงร้องไห้จากบรรดานักเรียนที่ไปกันเต็มที่ มีเพียงไม่กี่คนที่ไม่ร้องไห้ เพราะส่วนใหญ่ถ้าไม่ร้องก็จะซึ้งน้ำตาซึมกันหากเราไม่ร้อง แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้รู้สึกอะไร เราซึ้งและฟังตลอด หากเราไม่ได้เป็นลูกเลวขนาดที่ทำให้แม่เสียใจมากมาย หรือลูกดีจนทำให้แม่ปลื้มได้อย่างภาคภูมิ เราพอดีๆ รักมาก รักยังไงก็อย่างนั้น เพราะงั้นต่อให้ใครพูดอะไร ประชดหรือทำให้ซึ้งในรสพระคุณอย่างไร เราก็รักได้เท่านี้แหล่ะ มากๆแล้ว
ไม่คิดว่าจะเป็นการแย่ไหมที่คิดอย่างนี้ เราไม่ได้ไม่สำนึกในพระคุณพ่อแม่ เราคิดและห่วงใยเสมอ ภูมิใจที่มีแม่เป็นแม่มาตลอด...
- ตั้งแต่เด็กกระมั้ง...ที่ตั้งแต่จำความได้ก็ทำมาตลอด หากเป็นสิ่งที่คิดมาตลอดเช่นกันว่าคงไม่เอามาเป็นสิ่งที่ใช้ทำมาหากิน แต่ตอนนี้มันกลายเป็นสิ่งที่เราจะทำให้เป็นจริงแล้ว
จะทำ จะทำให้ได้ จะพยายาม พยายามอยู่
เครียดมาก จนจะเป็นบ้าอยู่แล้ว คิดไปหลายทาง ว่าถ้าติดจะเป็นอย่างไร ? แล้วถ้าไม่ติดล่ะ ?
การไปค่ายครั้งนี้ เราจะสงบให้มากขึ้น ก็คิด เครียดและกังวล แต่จะพยายามให้สงบมากขึ้น
มันเป็นสิ่งที่อยาก แม้เป็นเรื่องธรรมดาแต่ก็จะทำให้เป็นจริง
.............................................
.............................................
.............................................
+555 ล้อเล่น อ่ะ .....
เข้าค่าย ..... จำได้แม่นว่า หลับทุกเทศกาล ทุกฐาน ทุกการสวดมนต์ จริงๆ กินข้าวเสร็จฉันยังแอบหลับเลย+555
ไม่มีเหตุผลอ่ะ ไม่ได้ง่วงเพราะนอนน้อย ฉันสบายมากกับการนอนนอกบ้าน ชินซะละ.... คิดว่าบรรยากาศคงดี ฉันเลยเคลิ้มตลอดเวลา
.
.
.
.
เรื่องแม่ ..... อื่ม เรารู้สึกได้เลยนะว่า เออ เราก็ทำผิดแบบนั้นทั้งหมดเลยนี่หว่า !
แต่ ..... ขอโทษนะ บังเอิญแม่เราไม่ได้เป็นแบบนั้นไง
คือลูกมันก็ชั่วร้าย น่ะแหละ....... แต่แม่เราก็ไม่ได้ sensitive แบบนั้น
แม่เราเหมือน .... เพื่อนที่สนิทมากๆมากกว่า ..... เพราะเราทะเลาะกันบ่อย แต่ทั้งเราทั้งเขาก็ต่างเข้าใจกัน ...... นี่ล่ะ มันไม่น้ำเน่าแบบที่เขาเล่านี่นา - -*
เราซึ้งได้แบบโดยที่ไม่ต้องพูดว่า รักนะไง เราหน้าโหดร้ายใช่มั้ยเวลาไม่ยิ้ม .... แต่เชื่อเหอะ ถ้าเรายิ้ม
นั่นหมายความว่า เราพอใจ มันแสดงออกว่าเรารู้สึกยังไงกับคนที่เรายิ้มให้ .... แบบนั้นล่ะ
ม๊าเองก็เหมือนกัน .....
โลกแทบเป็นสีชมพูติดกากเพชร -0-*
อื่มม วันนี้เราจึงไม่ร้อง ..... เรามีเลวแบบที่เขาบอกก็จริง แต่ทุกอย่างเรา เคลียร์&ขอโทษทุกครั้งที่มันเจอทางจบ ...... เราไม่เก็บมารวบยอดขอโทษเอาวันที่มีฟิลด์ซาบซึ้งหรอกนะ ..... มันห่วยอ่ะ ผิดแล้วเพิ่งมาสำนึกเอาตอนที่มีคนเร้า แย่ยิ่งกว่าทำแม่ร้องไห้อีก
และตอนนี้สิ่งเดียวที่ฉันจะกตัญญูได้ คือเรียนให้จบไง ....
จบปีสี่ มีเงินเดือนสูงๆ ..... นั่นแหละ สิ่งเดียวที่ม๊าเค้าขอ
แล้วเราจะไม่ทำได้ไงใช่มะ ? อย่างเดียวเอง
เค้าไม่ได้ขอเยอะเลย ............ เค้าไม่ได้คาดหวังให้เรามาซาบซึ้งใส่เขา เขาบอกว่าเขารู้นิสัยเรา ..... เราก็เป็นเหมือนเขา แสดงละครเฟคๆทางอารมณ์เก่ง ปรับอารมณ์ได้ยังกะดาราตุ๊กตาทอง - -* ยกตัวอย่างบางวันที่ไม่เข้าใจกันในครอบครัวแทบตาย แต่ออกนอกบ้านไปก็ยิ้มกอดคอกันเริงรื่นกับเพื่อนฝูง แบบนั้น.... เขาไม่อยากได้อารม์ติสแบบเฟคๆ เพราะโดยรวมบ้านเราไม่ได้ เซนซิทีฟ หรือ เป็นพวกซึ้งอยู่แล้ว
เพราะฉะนั้น ธรรมดา สือสารแค่พอเข้าใจ แบบจริงใจก็พอ ..
ไม่ใช่ไม่รักนะ ...... แต่ไม่จำเป็นต้องพูดนี่ คำว่ารัก กราบเท้าแม่ทำกี่ครั้งก็ได้ .....
แต่ถามว่าจริงใจทำรึเปล่าสำหรับคนไม่ติสอย่างเรา .... เท่านั้นแหละ
เราเลยไม่ทำ ดูโหดร้ายเนอะ .... แต่ม๊าก็ไม่เห็นจะซีเรียสอะไร
เพราะม๊าก็ไม่เคยทำใส่อาม่าเหมือนกัน หึหึหึหึ --*
เรื่องสอบ ....
ไม่รู้นะ แกคาดหวังมาก .... และเราก็พูดไม่ได้ว่า แกจะติดหรือไม่ติด
แต่ถ้าติด เราก็ดีใจด้วย ...... แกเลือกทางที่ชอบ ไม่รู้ว่าจบไป จะเรียนอะไรต่อ หรือออกไปทำงานเลย .... แต่มันก็เป็นปัญญาที่เรายังเอาไปหาเงินที่ไม่รู้จำนวนได้ใช่มั้ยล่ะ อย่างน้อยก็ มีกิน ฟลุคก็มีรวย หุหุหุ
แต่ถ้าไม่ติดที่นี่ ...... ไม่เป็นไรนี่ เชื่อเถอะ แกอาจจะรู้สึกแย่ว่าสิ่งที่แกคาดหวังมากที่สุด แกไม่ได้มัน .... แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า พลาดที่นี่ จะไม่มีที่ไหนรับใช่มั้ย รังสิต เชียงใหม่ ม.กรุงเทพ แกก็ลงไว้เยอะแยะมากมายนี่นา ถึงแม้ชื่อจะไม่ได้เหมือนศิลปากร แต่มันก็ไม่ได้ห่วยใช่มั้ยล่ะ คนจบมา ..... ถ้าวาดรูปเก่งจริงๆ จะจบจากไหนก็ไม่สำคัญหรอก
เชื่อเถอะ ......
สู้ๆ แล้วกัน .....
#1 By +SouL on 2008-09-27 00:58