ได้ไปเข้าค่ายธรรมะมา ที่วัดปัญญานันทาราม

ไปกับทางโรงเรียนซึ่งเป็นเหมือนพิธีปัจฉิมสำหรับม.หกเลยทีเดียว -ไปเป็นรุ่นแรก ไม่รู้อะไรเท่าไหร่ ว่าต้องทำอะไรบ้าง มันเป็นอย่างไร เอาอะไรไปบ้าง ไปแบบโง่ๆแต่กลับมาพร้อมได้อะไรบางอย่าง...คือไม่โง่กลับมา

เพราะเป็นคนกินบ้างไม่กินบ้างอยู่แล้ว เรื่องอดอาหารเย็นจึงไม่เป็นปัญหาอะไร การถ่างตาตื่นตีสี่มานั่งทรมานสัปหงกสวดมนต์ก็โอเคดี บรรยากาศร่มรื่นย์ช่วยให้ใจสงบได้ดีมาก ได้มีเวลาอยู่กับตัวเองและได้คิดในเรื่องต่างๆ การสอบที่กังวลใจตลอดเวลาก็ยังไม่คลายหายไปแต่จากกังวลหนักๆก็มาเป็นเบาขึ้น นับว่าดีใช่ไหม ?

ได้อยู่กับเพื่อน กิน นอน แม้จะต้องแยกกับเพื่อนในกลุ่มก็ตาม แต่การได้อยู่ร่วมกันก็ถือว่าดีเยี่ยมแล้ว (โดยเฉพาะเซอวิซฉีดยากันยุงจากใครบางคน ?? )

ในค่ายได้มีการพูดถึงพระคุณของพ่อแม่หลายครั้ง บิ้วกันสามวันตลอดเวลาที่ไป จนวันสุดท้ายก็ทำพิธีเรียกเสียงร้องไห้จากบรรดานักเรียนที่ไปกันเต็มที่ มีเพียงไม่กี่คนที่ไม่ร้องไห้ เพราะส่วนใหญ่ถ้าไม่ร้องก็จะซึ้งน้ำตาซึมกันหากเราไม่ร้อง แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้รู้สึกอะไร เราซึ้งและฟังตลอด หากเราไม่ได้เป็นลูกเลวขนาดที่ทำให้แม่เสียใจมากมาย หรือลูกดีจนทำให้แม่ปลื้มได้อย่างภาคภูมิ เราพอดีๆ รักมาก รักยังไงก็อย่างนั้น เพราะงั้นต่อให้ใครพูดอะไร ประชดหรือทำให้ซึ้งในรสพระคุณอย่างไร เราก็รักได้เท่านี้แหล่ะ มากๆแล้ว

ไม่คิดว่าจะเป็นการแย่ไหมที่คิดอย่างนี้ เราไม่ได้ไม่สำนึกในพระคุณพ่อแม่ เราคิดและห่วงใยเสมอ ภูมิใจที่มีแม่เป็นแม่มาตลอด...

- ตั้งแต่เด็กกระมั้ง...ที่ตั้งแต่จำความได้ก็ทำมาตลอด หากเป็นสิ่งที่คิดมาตลอดเช่นกันว่าคงไม่เอามาเป็นสิ่งที่ใช้ทำมาหากิน แต่ตอนนี้มันกลายเป็นสิ่งที่เราจะทำให้เป็นจริงแล้ว

จะทำ จะทำให้ได้ จะพยายาม พยายามอยู่

เครียดมาก จนจะเป็นบ้าอยู่แล้ว คิดไปหลายทาง ว่าถ้าติดจะเป็นอย่างไร ? แล้วถ้าไม่ติดล่ะ ?

การไปค่ายครั้งนี้ เราจะสงบให้มากขึ้น ก็คิด เครียดและกังวล แต่จะพยายามให้สงบมากขึ้น

มันเป็นสิ่งที่อยาก แม้เป็นเรื่องธรรมดาแต่ก็จะทำให้เป็นจริง

.............................................

.............................................

.............................................

Comment

Comment:

Tweet

ยากันยุงฉันแพงนะคะ แถมเดินไปฉีดถึงโรงนอนแก มืด ยุง พื้นเปียก ฉันยังเดินเท้าเปล่าไปหาแกได้ ..... ซึ่งเยอะๆหน่อยสิอันนี้

+555 ล้อเล่น อ่ะ .....

เข้าค่าย ..... จำได้แม่นว่า หลับทุกเทศกาล ทุกฐาน ทุกการสวดมนต์ จริงๆ กินข้าวเสร็จฉันยังแอบหลับเลย+555
ไม่มีเหตุผลอ่ะ ไม่ได้ง่วงเพราะนอนน้อย ฉันสบายมากกับการนอนนอกบ้าน ชินซะละ.... คิดว่าบรรยากาศคงดี ฉันเลยเคลิ้มตลอดเวลา

.
.
.
.

เรื่องแม่ ..... อื่ม เรารู้สึกได้เลยนะว่า เออ เราก็ทำผิดแบบนั้นทั้งหมดเลยนี่หว่า !
แต่ ..... ขอโทษนะ บังเอิญแม่เราไม่ได้เป็นแบบนั้นไง
คือลูกมันก็ชั่วร้าย น่ะแหละ....... แต่แม่เราก็ไม่ได้ sensitive แบบนั้น
แม่เราเหมือน .... เพื่อนที่สนิทมากๆมากกว่า ..... เพราะเราทะเลาะกันบ่อย แต่ทั้งเราทั้งเขาก็ต่างเข้าใจกัน ...... นี่ล่ะ มันไม่น้ำเน่าแบบที่เขาเล่านี่นา - -*
เราซึ้งได้แบบโดยที่ไม่ต้องพูดว่า รักนะไง เราหน้าโหดร้ายใช่มั้ยเวลาไม่ยิ้ม .... แต่เชื่อเหอะ ถ้าเรายิ้ม
นั่นหมายความว่า เราพอใจ มันแสดงออกว่าเรารู้สึกยังไงกับคนที่เรายิ้มให้ .... แบบนั้นล่ะ
ม๊าเองก็เหมือนกัน .....

โลกแทบเป็นสีชมพูติดกากเพชร -0-*

อื่มม วันนี้เราจึงไม่ร้อง ..... เรามีเลวแบบที่เขาบอกก็จริง แต่ทุกอย่างเรา เคลียร์&ขอโทษทุกครั้งที่มันเจอทางจบ ...... เราไม่เก็บมารวบยอดขอโทษเอาวันที่มีฟิลด์ซาบซึ้งหรอกนะ ..... มันห่วยอ่ะ ผิดแล้วเพิ่งมาสำนึกเอาตอนที่มีคนเร้า แย่ยิ่งกว่าทำแม่ร้องไห้อีก

และตอนนี้สิ่งเดียวที่ฉันจะกตัญญูได้ คือเรียนให้จบไง ....
จบปีสี่ มีเงินเดือนสูงๆ ..... นั่นแหละ สิ่งเดียวที่ม๊าเค้าขอ
แล้วเราจะไม่ทำได้ไงใช่มะ ? อย่างเดียวเอง
เค้าไม่ได้ขอเยอะเลย ............ เค้าไม่ได้คาดหวังให้เรามาซาบซึ้งใส่เขา เขาบอกว่าเขารู้นิสัยเรา ..... เราก็เป็นเหมือนเขา แสดงละครเฟคๆทางอารมณ์เก่ง ปรับอารมณ์ได้ยังกะดาราตุ๊กตาทอง - -* ยกตัวอย่างบางวันที่ไม่เข้าใจกันในครอบครัวแทบตาย แต่ออกนอกบ้านไปก็ยิ้มกอดคอกันเริงรื่นกับเพื่อนฝูง แบบนั้น.... เขาไม่อยากได้อารม์ติสแบบเฟคๆ เพราะโดยรวมบ้านเราไม่ได้ เซนซิทีฟ หรือ เป็นพวกซึ้งอยู่แล้ว

เพราะฉะนั้น ธรรมดา สือสารแค่พอเข้าใจ แบบจริงใจก็พอ ..

ไม่ใช่ไม่รักนะ ...... แต่ไม่จำเป็นต้องพูดนี่ คำว่ารัก กราบเท้าแม่ทำกี่ครั้งก็ได้ .....

แต่ถามว่าจริงใจทำรึเปล่าสำหรับคนไม่ติสอย่างเรา .... เท่านั้นแหละ

เราเลยไม่ทำ ดูโหดร้ายเนอะ .... แต่ม๊าก็ไม่เห็นจะซีเรียสอะไร
เพราะม๊าก็ไม่เคยทำใส่อาม่าเหมือนกัน หึหึหึหึ --*


เรื่องสอบ ....
ไม่รู้นะ แกคาดหวังมาก .... และเราก็พูดไม่ได้ว่า แกจะติดหรือไม่ติด

แต่ถ้าติด เราก็ดีใจด้วย ...... แกเลือกทางที่ชอบ ไม่รู้ว่าจบไป จะเรียนอะไรต่อ หรือออกไปทำงานเลย .... แต่มันก็เป็นปัญญาที่เรายังเอาไปหาเงินที่ไม่รู้จำนวนได้ใช่มั้ยล่ะ อย่างน้อยก็ มีกิน ฟลุคก็มีรวย หุหุหุ

แต่ถ้าไม่ติดที่นี่ ...... ไม่เป็นไรนี่ เชื่อเถอะ แกอาจจะรู้สึกแย่ว่าสิ่งที่แกคาดหวังมากที่สุด แกไม่ได้มัน .... แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า พลาดที่นี่ จะไม่มีที่ไหนรับใช่มั้ย รังสิต เชียงใหม่ ม.กรุงเทพ แกก็ลงไว้เยอะแยะมากมายนี่นา ถึงแม้ชื่อจะไม่ได้เหมือนศิลปากร แต่มันก็ไม่ได้ห่วยใช่มั้ยล่ะ คนจบมา ..... ถ้าวาดรูปเก่งจริงๆ จะจบจากไหนก็ไม่สำคัญหรอก

เชื่อเถอะ ......

สู้ๆ แล้วกัน ..... cry

#1 By +SouL on 2008-09-27 00:58